Main Page New Topic Member Edit Profile New Member Register phuttawong.net

 IP 110.171.27.xx  |  อัพเดทล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา: 8:16:39 น. 
แจ้งลบข้อความนี้
มองดูไท่กว๋อตอนนี้ แล้วนึกคนๆนี้จัง.....
คุณอยู่ที่ >> หน้าหลักเว็บบอร์ด / มงคลพุทธวงศ์ / Detail ... Read 1839 , Reply 7
http://heroinesofhistory.wikispaces.com/Wu+Zetian
 A7456400-27(1)1(2).jpg
โดย : "เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 6:53:12 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
http://www.youtube.com/watch?v=Is6rdVN7xTw (นาทีที่ 0.31.30 - 39.30)
 Wu6.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 7:14:09 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"คิดอ่านทางเดียว ไม่มองรอบด้าน"
"หากไม่โหดเหี้ยมกับคนที่รู้จัก(ญาติมิตร,คนสนิทที่ทำผิด ประพฤติมิชอบ) ก็จะคุ้มครองราษฏรในแผ่นดินไม่ได้"
"การให้อภัยและการเมตตาที่รังแต่จะทำให้ราษฏรตกอยู่ในความทุกข์ยาก ถือเป็นความโหดเหี้ยมอย่างที่สุด"
 
อืมม์...น่าคิด น่าคิดจริงๆ...............
 555222(3)(3)(4)(10).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 6 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 18:40:46 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
หวู่เจ๋อเทียนหรือบูเช็กเทียน เป็นฮองเฮาในถังเกาจงหลี่จื้อ มีชื่อว่า ‘เจ้า’ บิดาเป็นพ่อค้าไม้ ปลายราชวงศ์สุยได้มีการติดต่อกับหลี่ยวน ต่อมาเมื่อหลี่ยวนสถาปนาราชวงศ์ถัง ก็ติดตามมาตั้งรกรากที่นครฉางอัน เข้ารับราชการต่อมา

บูเช็กเทียนเกิดในปี ค.ศ 624 อายุ 14 ปีก็ได้รับการคัดเลือกเข้าวังเป็นนางสนมของถังไท่จง ซึ่งเป็นฮ่องเต้องค์ที่สองของราชวงค์ถัง และได้แสดงนิสัยที่กล้าหาญและเด็ดขาดตั้งแต่ต้น ๆ เวลานั้นถังไท่จงมีม้าดุตัวหนึ่ง ไม่มีใครสักคนสามารถขึ้นนั่งฝึกม้าตัวนี้ได้ บูเช็กเทียนก็บอกกับถังไท่จงว่า ตนเองสามารถปราบม้าตัวนี้ได้ แต่ต้องใช้แส้เหล็กและกริช จะใช้แส้เหล็กตีก่อน ถ้ามันไม่ยอม ก็จะตีหัวม้า ถ้ายังไม่ยอมอีก ก็จะเอากริชเชือดคอมัน ก็สิ้นเรื่องไป (เลี้ยงได้ก็เลี้ยง เลี้ยงไม่ได้ ก็ฆ่าทิ้ง ไม่เลี้ยงเอไว้ให้เปลืองหญ้าและน้ำให้เสียเวลา) ถังไท่จงฟังแล้วตกใจมาก รู้สึกกว่านางสนมที่เคร่งรัดถือตัวไม่ควรพูดจาแบบนี้ แต่มกุฏราชกูมารหลี่จื้อกลับติดใจและหลงรักบูเช็กเทียนที่มีอายุมากกว่าเขา 4 ปี (ตรงนี้ เข้าตำราเอาน้ำตาลมาใกล้มด ปลาย่างไว้ใกล้แมว นั่นแหละครับ)

หลังจากฮ่องเต้ถังไท่จงสวรรคตแล้ว บูเช็กเทียนต้องไปบวชตามข้อกำหนดของวัง (บ้างก็ว่าเพราะองค์ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องความสัมพันธ์กับพระโอรส  แต่ด้วยความเสน่หาจึงไม่ทรงสั่งประหาร  แต่ให้ไปบวชชีแทน) หลี่จือได้สืบพระราชสมบัติเป็นฮ่องเต้ถังเกาจง ฮ่องเต้หลี่จื้อไม่เคยลืมบูเช็กเทียนสักที ไม่นานต่อมาก็รับนางกลับเข้าวังอีก และตั้งเป็นพระนางสนมองค์ใหญ่ แต่บูเช็กเทียนยังไม่พอใจที่เป็นแต่นางสนม มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพระมเหสีให้ได้ จึงคิดเล่ห์กลที่โหดร้ายขึ้น เวลานั้นพระมเหสีแซ่หวางไม่สามารถตั้งครรภ์คลอดลูกให้กับฮ่องเต้อถังเกาจง แต่นางก็ชอบเด็ก ๆ มาก มีวันหนึ่งพระมเหสีไปเยี่ยมบูเช็กเทียนที่เพิ่งคลอดลูกสาว พอมเหสีลากลับ บูเช็กเทียนก็หนีบคอฆ่าตายลูกสาวของตน แล้วเอาผ้าห่มคุมไว้ อีกสักครู่ ถังเกาจงมาเยี่ยมเด็ก พอเปิดผ้าห่มแล้วพบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว รู้สึกตระหนกตกใจยิ่ง คิดว่ามเหสีหวางฆ่าเด็กคนนี้ ตั้งแต่นั้นมาจึงเกลียดชังมเหสีหวางมาก ต่อจากนั้น บูเช็กเทียนก็เล่นกลอีกหลายครั้ง สุดท้ายทำให้ถังเกาจงต้องยุบตำแหน่งมเหสีหวาง และแต่งตั้งบูเช็กเทียนขึ้นเป็นมเหสีแทน (ตรงนี้ มันก็เป็นเรื่องราวที่เล่ากันไปหมดเท่านั้นนะครับ โดยส่วนตัว ผมไม่คิดว่าพระนางบูเช็กเทียนจะทรงฆ่าพระธิดาที่แสนน่ารักหรอกครับ  แต่อาจเป็นไปได้ว่า  พระธิดาทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุในการเลี้ยงดูมากกว่า  แล้วบูเช็กเทียนเลยถือโอกาสโละทิ้งซะเลย)

หลังจากถังเกาจงหลี่จื้อขึ้นครองราชย์ก็รับตัวบูเช็กเทียนเข้าวังมา ด้วยการสนับสนุนจากหวางฮองเฮาที่กำลังขัดแย้งกับสนมเซียว และต่างฝ่ายต่างคอยให้ร้ายกัน ต่อมาในปี 655 ถังเกาจงคิดจะปลดหวังฮองเฮา และตั้งบูเช็กเทียนขึ้นแทน แต่เสนาบดีเก่าแก่ ฉางซุนอู๋จี้และะฉู่ซุ่ยเหลียง แสดงท่าทีคัดค้าน ส่วนหลี่อี้ฝู่และสี่ว์จิ้งจงแสดงความเห็นคล้อยตาม ต่อมาเมื่อถังเกาจงปลดหวังฮองเฮา แต่งตั้งบูเช็กเทียนขึ้นเป็นฮองเฮาแทน ฉางซุนอู๋จี้ ฉู่ซุ่ยเหลียงและกลุ่มที่คัดค้านต่างทยอยถูกปลดจากตำแหน่ง บ้างถูกบีบคั้นให้ฆ่าตัวตาย (ไม่แน่ใจว่าพระนางทรงแต่งตั้ง คตส. มาช่วยดำเนินการในเรื่องนี้หรือไม่)

 

ส่วนหวังฮองเฮาและสนมเซียวก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมได้ ภายหลัง ถังเกาจงร่างกายอ่อนแอ ล้มป่วยด้วยโรครุมเร้า ไม่อาจดูแลราชกิจได้ บูฮองเฮาเข้าช่วยบริหารราชการแผ่นดิน จึงเริ่มกุมอำนาจในราชสำนัก สุดท้ายสามารถรวบอำนาจไว้ทั้งหมด

ปี 683 ถังเกาจงหลี่จื้อสิ้น รัชทายาท หลี่เสี่ยนโอรสองค์ที่สามของบูฮองเฮาขึ้นครองราชย์ต่อมา พระนามว่าถังจงจงปีถัดมา บูเช็กเทียนปลดถังจงจงแล้วตั้งเป็นหลูหลิงหวัง จากนั้นตั้งหลี่ตั้นราชโอรสองค์ที่สี่ขึ้นครองราชย์แทน พระนามว่าถังยุ่ยจงแต่ไม่นานก็ปลดจากบัลลังก์เช่นกัน

ระหว่างนี้ กลุ่มเชื้อพระวงศ์ตระกูลหลี่และขุนนางเก่า ที่ออกมาต่อต้านอำนาจของตระกูลบูล้วนถูกกำจัดกวาดล้างอย่างเหี้ยมโหด ฐานอำนาจของกลุ่มตระกูลหลี่อ่อนโทรมลงอย่างมาก กระทั่งปี
690 บูเช็กเทียนประกาศเปลี่ยนราชวงศ์ถังเป็นราชวงศ์โจวหรือในประวัติศาสตร์จีนเรียกว่า ราชวงศ์อู่โจว มีนครหลวงที่ลั่วหยาง ตั้งตนเป็นจักรพรรดินี ทรงอำนาจสูงสุด ด้วยวัย 67 ปี ถือเป็นจักรพรรดินีองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน
 
พอบูเช็กเทียนได้ขึ้นครองราชบัลลังค็์แล้ว ก็สั่งข้าราชบริพารให้ประหารชีวิตผู้ที่คัดค้าน และประหารชีวิตเชื้อพระวงค์ของถัง รวมทั้งลูกของตนซึ่งเป็น ผู้ที่สืบพระราชสมบัติของราชวงค์ถังก็ไม่ยอมปล่อยให้รอดชีวิต จึงมีเหตุการณ์รบเกิดขึ้น ขุนนางซ่างกวนหยีและลั่วปินหวางของราชวงค์ถังตั้งใจจะฟื้นฟูราชวงค์ถัง และนำทหารกบฏขึ้นที่เมืองหยางโจว ขุนนางลั่วปินหวางได้แต่งบทความต่อต้านบูเช็กเทียนและติดประกาศไปทั่วประเทศ บูเช็กเทียนก็ได้เห็นบทความบทนี้ พออ่านถึงเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับฐานะครอบครัวอันต่ำด้วยของตน บูเช็กเทียนพยักหน้าและยิ้ม เมื่ออ่านจบลงก็ถามว่า ใครแต่งบทความนี้ ขุนนางตอบว่าคือลั่วปินหวางแต่งขึ้น บูเช็กเทียนกล่าวว่า บุคคลที่มีความสามารถสูง เขียนหนังสือได้ดีอย่างนี้ เหตุใดจึงไม่นำตัวมาช่วยราชการด้วยเรา จะให้เขาตกต่ำอยู่ในหมู่ชาวบ้านได้อย่างใด.????? ว่าแล้วบูเช็กเทียนก็สั่งให้นายพลนำทหาร 3 แสนนายไปโจมตีซ่างกวนหยีและประหารชีวิตนายซ่างกวนหยีกับนายลั่วปินหวางเสีย (ที่จริงถ้าซ่างกวนหยีรู้จักเจียมตัวสักหน่อย ก็คงรอดตาย แค่เปลี่ยนอาชีพไปกวนลูกหยีขายซะให้สมชื่อก็หมดเรื่อง)

แต่อีกด้านหนึ่ง บูเช็กเทียนก็ส่งเสริมการทำไร่ไถนา เผยแพร่ระบบสอบจอหงวน (แต่ก่อน ชาวบ้านสามัญไม่มีสิทธิ์เข้ารับราชการ ใช้แต่ระบบเส้นสายล้วนๆ ถังไท่จงฮ่องเต้ที่ว่าเป็นมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนเคยคิดแก้ไขความอยุติธรรมดังว่านี้ แต่ก็ทนการต่อต้านจากข้าราชการผู้มีผลประโยชน์ไม่ได้  เลยต้องทิ้งแนวพระราชดำรินี้ให้เป็นหมันไป การสอบเข้ารับราชการ เพิ่งมีสมัยบูเช็กเทียนเป็นครั้งแรก โดยพระนางให้ใช้ท้องพระโรงเป็นที่สอบ และพระนางลงมาคุมการสอบด้วยพระองค์เองอีกต่างหากด้วย!!!!!!)ให้ตำแหน่งสูงแก่บุคคลที่มีความสามารถ ควบคุมเชื้อพระราชวงค์หรือผู้ที่สนิทชิดเชื้อกับพระนางอย่างเข้มงวด(ญาติพี่น้องหรือแม้แต่พระโอรสของพระนางบูเช็กเทียนหากทำผิด ต้องถูกเช็คบิลลงโทษทั้งหมด ไม่มีการละเอาไว้เป็นตัวอย่างให้คนชั่วอ้างได้ว่า "ทีฮ่องเต้ยังให้อภิสิทธิ์แก่พระญาติพระวงศ์ที่ทำผิดไม่ต้องรับผิดได้  กรูก็ขอเจริญรอยตาม เว้นโทษตัวเองและโคตรเหง้าศักราชได้มั่งซี่"แน่ๆ)  ยกฐานะของสตรีให้สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
บูเช็กเทียนเป็นฮ่องเต้อยู่ 15 ปี แต่เวลาที่บริหารบ้านเมืองจริง ๆ เกือบ 50 ปี ภายใต้การปกครองของพระนาง ประเทศจีนมีความเข้มแข็ง สังคมสงบสุข ประชากรเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และได้ตีโต้กลับศัตรูที่มารุกรานหลายครั้ง ทำให้ราชวงค์ถังมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง (เป็นที่น่าสังเกตว่า พระนางทรงบริหารจัดการกองทัพและการทหารของประเทศชาติได้ดีเสียกว่าฮ่องเต้ชายอกสามศอกที่ทรงไม่ได้ทรงทำอะไรให้เป็นโล้เป็นพาย ทำเป็นแต่ยอมเฉือนดินแดนและยกสาวๆ ให้ไปเป็นนางบำรุงบำเรอแก่คนนอกด่านเท่านั้น)

เมื่อถึงปี 705 ขณะที่พระนางบูเช็กเทียนวัย 82 ปี ล้มป่วยลงด้วยชราภาพ เหล่าเสนาบดีที่นำโดยจางเจี่ยนจือก็ร่วมมือกันก่อการ โดยบีบให้บูเช็กเทียนสละราชย์ให้กับโอรสของพระองค์ ถังจงจงหลี่เสี่ยน ทั้งรื้อฟื้นราชวงศ์ถังกลับคืนมา ภายหลังเหตุการณ์ไม่นาน บูเช็กเทียนก็เสด็จกสวรรคต (เชื่อเหอะครับว่า ถ้าพระนางไม่ทรงมีพระพลานามัยที่ทรุดโทรมจนล้มป่วยละก็ การกระทำ คปค.ในครั้งนี้คงไม่ประสบผลสำเร็จเป็นแน่ หรือไม่ก็ไม่มีใครกล้าทำ)

บูเช็กเทียนมีพระชนมายุ 82 พรรษา หลังสวรรณคตแล้วฝังร่วมกับฮ่องเต้ถังเกาจง และได้ตั้งแท่นศิลาจารึกอยู่หน้าสุสาน แท่นศิลาจารึกนี้เป็นหินก้อนเดียว สูงเกือบ 10 เมตร กว้าง 2 เมตร มีการแกะสลักสวยงามประณีต แต่ไม่มีตัวอักษรสักคำ จึงลือชื่อในโลก คนรุ่งหลังมีความคิดเห็นหลายอย่าง บางคนเห็นว่าบูเช็กเทียนได้โค่นล้มระบอบอำนาจผู้ชายที่สืบทอดกันมาของจีน เธอรู้ว่าตนเองมีความผิดใหญ่มาก ไม่กล้าแต่งเนื้อหาที่สรรเสริญตน บางคนเห็นว่าสาเหตุคือบูเช็กเทียนร่วมฝังกับฮ่องเต้ถังเกาจง ไม่รู้จะใส่นามสกุลและชื่อราชวงค์ของตน อยู่หน้าหรือหลังนามสกุลของฮ่องเต้ถังเกาจงจึงจะเหมาะสม ก็เลยใช้ศิลาจารึกที่ไม่มีตัวอักษรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ แต่ผู้คนส่วนข้างมากเห็นว่า การที่บูเช็กเทียนตั้งศิลาจารึกที่ไม่มีตัวอักษรไว้หน้าหลุมพระศพนั้นเป็นการกระทำที่ฉลาด เพราะรู้ว่าคนรุ่นหลังอาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาต่อพระนางการแต่งประวัติบนศิลาจารึกไม่สามารถรวบรวมเรื่องราวอันหลากหลายชั่วชีวิตของตนได้ จึงตั้งศิลาจารึกที่ไม่มีตัวอักษร เพื่อให้คนรุ่นหลังวิจารณ์กันเอาเองแทน (นับว่าเป็นการกระทำที่ถ่อมพระองค์อย่างแท้จริง  โดยไม่ทรงลำเลิกถึงคุณงามความดีที่พระนางได้ทรงกระทำต่อแผ่นดิน หรืออ้างตัวเองว่าเป็นวีรบุรุษอย่างคนในบางรัฐ แล้วเที่ยวบินฟรี และแน่นอนครับ ตรงข้ามกับคนบางคนที่พยายามสร้างภาพตัวเองว่าซื่อสัตย์  แต่แอบทำสิ่งเลวร้ายไว้สารพัด เช่น การกอดเกี่ยวตำแหน่งที่ตัวเองได้อย่างไม่ถูกต้องแบบกระต่ายขาเดียว การเอาผู้สืบสกุลไปเที่ยวเมืองนอกโดยใช้เงินหลวง)

 

ภายหลังรัชกาลของบูเช็กเทียน สภาพการเมืองภายในราชสำนักปั่นป่วนวุ่นวาย เนื่องจากถังจงจงอ่อนแอ อำนาจทั้งมวลตกอยู่ในมือของเหวยฮองเฮาที่คิดจะยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกับบูเช็กเทียน เหวยฮองเฮาหาเหตุประหารรัชทายาท จากนั้นในปี 710 วางยาพิษสังหารถังจงจง โอรสองค์ที่สามของถังยุ่ยจง นามหลี่หลงจีภายใต้การสนับสนุนขององค์หญิงไท่ผิงชิงนำกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงสังหารเหวยฮองเฮาและพวก ภายหลังเหตุการณ์องค์หญิงไท่ผิงหนุนถังยุ่ยจงขึ้นครองราชย์ แต่งตั้งหลี่หลงจีเป็นรัชทายาท แต่แล้วองค์หญิงไท่ผิงพยายามเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่เกิดขัดแย้งกับรัชทายาทหลี่หลงจี ปี 712 ถังยุ่ยจงสละราชย์ให้กับโอรส หลี่หลงจีเมื่อขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า ถังเสวียนจง สิ่งแรกที่กระทำคือกวาดล้างขุมกำลังขององค์หญิงไท่ผิง นำพาสันติสุขกลับคืนมาอีกครั้ง (สังเกตว่า ถังยุ่ยจงนี่ ยุ่ยสมชื่อทั้งคุณสมบัติส่วนตัวและการที่พระองค์ทรงทำให้ราชวงศ์ถังยุ่ยไปด้วย)

นี่แหละครับ คือเรื่องราวของพระนางผู้ครองแผ่นดินจีนตัวจริง  มีเรื่องเล่าว่าพระนางซูสีไทเฮาทรงพยายามสร้างภาพเอาอย่างบูเช็กเทียน  แต่ไม่สามารถปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เอง แต่ทรงว่าการหลังม่านบงการฮ่องเต้ แต่ทรงไม่เอาไหน สู้พระนางบูเช็กเทียนไม่ได้แบบบอลคนละดิวิชั่น  แต่ก็ด้วยสภาพสังคม การเมือง และวัฒนธรรมของประเทศจีนด้วยแหละครับที่ผลักดันให้อาณาจักรจีนภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิงของพวกแมนจูในเวลานั้น เละเทะยิ่งกว่าโจ๊ก ประกอบกับการรุกรานของพวกฝรั่งอั้งม้อที่อาศัยเทคโนโลยีเหนือกว่า กองทัพมีระบบระเบียบ และยุทธวิธีที่เหนือกว่า แผ่นดินจีนจึงถูกเฉือนครั้งแล้วครั้งเล่า  ผลจึงปรากฏเป็นแนวความคิดที่ตกผลึกในหมู่ชาวจีนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบันที่ว่า "ชอบบูเช็คเทียน แต่เกลียดซูสีไทเฮา" ด้วยประการฉะนี้แลฯ
 
                                                      ที่มา, โอเคเนชั่น
 wu3.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 15:28:20 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
 A7789926-65B.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 7:29:36 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
http://www.youtube.com/watch?v=OxN2MuVZ75g
 __1_~1(1)(2).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.98.142.xxx  |   เมื่อ: 25 ธันวาคม 2556 เวลา: 8:58:25 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                                 หมายเหตุ , "ฮ่องเต้เว่ยเฉาเชา"ที่บูเช็กเทียนกล่าวถึงใน http://www.youtube.com/watch?v=Is6rdVN7xTw  (36.32 - 38.34) แท้จริงแล้ว ก็คือ "โจโฉ"   http://www.youtube.com/watch?v=6qEJJfFhBAo  (11.16 - 16.36)  ซึ่งชาวจีนยกย่องว่า เป็นสุดยอดนักปกครองที่เก่งฉกาจ (ในขณะที่คนแห่งแว่นแคว้นไท่กว๋อ กลับชอบ"เล่าปี่"ที่มืออ่อน นุ่มนิ่ม อ่อนน้อมถ่อมตน เอาใจคนเก่ง แต่ไม่ปรีชาฉลาดเท่าที่ควร  ท้ายสุด ก็พากองทัพร้อยหมื่นที่ยกไปหมายจะแก้แค้นแทนเตียวหุย กวนอู ทั้งๆที่ขงเบ้งทัดทานอย่างสุดแรงจนโดนตีตลบหลังพินาศย่อยยับทั้งกองทัพและตัวเองก็ต้องตรอมใจตายในที่สุด) จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมบ้านเมืองแห่งไท่กว๋อจึงวุ่นวายไม่เลิกอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้เสียที
 
 imagesCAC6LB6G.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.27.xx  |   เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา: 7:49:36 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
http://www.youtube.com/watch?v=TI6rLjCyET4
 20100828News02_Front.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]


ข้อความที่ปรากฎ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ทุกความคิดเห็น
ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ และถ้าพบเห็นข้อความใดที่ ก่อให้เกิดความเสียหาย
กรุณาแจ้งมาที่ Contact Us เพื่อให้ทีมงานได้ทราบ และดำเนินการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป