Main Page New Topic Member Edit Profile New Member Register phuttawong.net

 IP 171.7.113.xxx  |  อัพเดทล่าสุด: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา: 8:49:26 น. 
แจ้งลบข้อความนี้
หาก"หลวงปู่ทวด"เป็น"พระศรีอาริย์"จริง แล้วอะไรจะยิ่งไปกว่านี้อีกเล่า..?????
คุณอยู่ที่ >> หน้าหลักเว็บบอร์ด / พระเครื่องพุทธวงศ์ / Detail ... Read 19320 , Reply 55
 DSC08712(1).jpg
โดย : "เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
[ หน้าที่ 1 จาก 2 ] 1  2   ถัดไป>  หน้าสุดท้าย>>
  IP : 171.7.113.xxx  |   เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 9:04:08 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
อีกหนึ่งในผลงานคุณภาพแห่ง"พุทธวงศ์"(คนวังต้องห้าม) ที่บรรจงสรรค์สร้างถวายเป็นมหากฐินทานยังวัดพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ประจำปีพ.ศ. 2555 เป็นกรณีพิเศษสุด ด้วยหมายใจจะเป็นสิ่งมงคลสักการะที่ เชื่อมกระแสแห่ง "นะโมพุทธายะ"(พระเจ้า 5 พระองค์) ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างเป็นทางการ และอย่างเป็นรูปธรรม รุ่นแรกที่สุดในประวัติศาสตร์  ที่ในรอบ 4 อสงไขย กำไร100,000 มหากัป นับแต่พระพุทธเจ้าตัณหังกร,เมธังกร,สรณังกร,ทีปังกรเป็นต้นมา จนกระทั่งถึงพระสมณโคดม พระองค์ปัจจุบัน โดยมีพระศรีอาริยเมตไตรย พระพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายในมหาภัทรกัปนี้เป็นที่สุด ก็ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ผิดเลย....  
 DSC078511.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.113.xxx  |   เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 9:58:42 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
และแน่นอนที่สุด  ในอนาคตวงศ์ที่จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ในภายภาคหน้าอีก 10 พระองค์ มีพระรามพุทธเจ้าเป็นต้น มีพระสุมังคลพุทธเจ้าเป็นที่สุด ก็ไม่อาจจะมีและอาจจะทำพระเครื่องใดที่จะแม้นเหมือนพระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรก นี้ได้อีกเลย
เพราะอะไร..????
เพราะคัมภีร์อนาคตวงศ์ระบุไว้ชัดเจนว่า ในอีกอสงไขยมหากัป(ไม่รู้จะกี่100000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000 ฯลฯ..ฯลฯ..ฯลฯ..etc. มหากัป)เบื้องหน้า พระพุทธเจ้า 10 พระองค์ที่จะมาตรัสรู้ต่อจากพระศรีอาริย์นั้น จะมาตรัสรู้ในกัปต่างๆ กัปละพระองค์หนึ่งบ้าง สองพระองค์บ้าง
อย่างมาก ก็แค่กัปละ 3 พระองค์เท่านั้น
ที่จะมาตรัสรู้รวมกันในกัปๆเดียวมากถึง 5 พระองค์เยี่ยงในมหาภัทรกัปปัจจุบันนี้ มิได้มีอีกเลย
ก็ในเมื่อ ในอีก 1000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000ฯลฯ..ฯลฯ..ฯลฯ..etc. มหากัปเบื้องหน้าไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้พร้อมๆกันในกัปๆเดียวดังว่าแล้วไซร้ แล้วพระเครื่องแห่ง"พระพุทธเจ้า 5 พระองค์"ที่สมบูรณ์แบบ และเป็นทางการจริงแท้ จะบังเกิดขึ้นได้ด้วยประการฉันใด...???????????????
แค่ "หินต้นมหาภัทรกัป" ที่ผ่านการประทับรอยพระพุทธบาทยุคลแห่งพระผู้ทรงสวัสดิโสภาคย์สัมมาสัมพุทธเจ้ารวดเดียวถึง 4 พระองค์(ของจริง ไม่ใช่ของสมมุติ หรือเทวดาดลบันดาล อันมีหลักฐานอ้างอิงในพระไตรปิฏกอย่างชัดเจน) ที่นำมาเป็นมวลสารหลักในพระสมเด็จหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกนี้  ก็พ้นวิสัยจะพบจะหาจากที่ใดใน 4 อสงไขย 100,000 มหากัปล่วงแล้ว และในอีกอสงไขยมหากัปเบื้องหน้าในอนาคตได้อีกแล้วโดยแน่
หรือมิใช่...????????????????????????
 avatar85149_3(10)(8)(15).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.113.xxx  |   เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 10:10:48 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
และจึงไม่น่าแปลกใจหรือพ้นวิสัยแต่ประการใด ที่จะมีการตรวจพบว่า
"พระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกนี้  ดวงพระวิญญาณหลวงปู่ทวดไม่ได้มาทำเองเหมือนพระหลวงปู่ทวดที่สร้างกันทั่วๆไป แต่องค์ในหรือตัวจริงที่แท้ของหลวงปู่ทวด ซึ่งก็คือ พระศรีอาริยเมตไตรยมหาโพธิสัตว์เจ้า ท่านลงมาจัดการจัดแจงความศักดิ์สิทธิ์ของพระชุดนี้ด้วยพระองค์เองล่วงหน้าตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว..!!!!!!!!!!!????????!!!!!!!!!!"  
 DSC0740999.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.113.xxx  |   เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 10:23:44 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
http://www.gmwebsite.com/Webboard/Topic.asp?TopicID=Topic-071014220120918
 4444(7)(58)(132).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 110.171.152.xxx  |   เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 21:33:34 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                              บังเอิญหรือไม่..?????
 
เมื่อค่ำของวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ขณะที่"พุทธวงศ์"ได้อัญเชิญพระสมเด็จ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรก (พิมพ์สี่เหลี่ยม) ไปอธิษฐานกราบอาราธนาอัญเชิญพระบารมีแห่งพระศรีอาริยเมตไตรยเป็นการเฉพาะ ณ รอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตามเคล็ดวิธีที่หลงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนมเคยสั่งเอาไว้ว่า "จริงๆแล้ว ถ้าจะให้ดี คนสร้างพระนั้น ควรที่จะอธิษฐานพระที่ตัวเองสร้างก่อน เพื่อเป็นการตั้งโหมด ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าว่า ต้องการให้พระนั้นๆ มีอานุภาพหรือมีทิศทางของพลังไปในทางด้านใด เมื่อพระที่มาปรกปลุกเสก และหยั่งทราบในเจตนาของผู้สร้างด้วยญาณวิเศษแห่งท่านแล้ว พระท่านก็จะได้เสกให้พระมีพลังไปตามที่ผู้สร้างประสงค์สืบต่อไป"  ก่อนที่จะได้เข้าพิธีพุทธชัยมังคลาภิเษกอย่างเป็นทางการ ก่อนน้อมถวายเป็นกฐินทาน เพื่อเพิ่มพูนผลานิสงส์ให้ทบทวียิ่งยวดขึ้นไปเป็นกรณีพิเศษ ตามคติส่วนตัวที่ว่า
"ตราบเท่าที่ยังต้องเกิดในวัฏสงสารอยู่ตราบใด จะทำตัวให้ทุคคตะเข็ญใจ เป็นคนบุญน้อย วาสนาต้อยต่ำ  หาควรไม่" 
แน่นอนที่สุด งานนี้ "พุทธวงศ์"ต้องประสงค์จะให้พระสมเด็จหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกนี้ เป็นอะไรที่ยิ่งกว่า"พระหลวงปู่ทวด"อย่างที่พบเห็นกันโดยทั่วไป  จึงได้ตั้งจิตเจตนาที่จะขอพระบารมีของพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งหลวงปู่ดู่ วัดสะแก เคยบอกไว้ว่า "เป็นตัวตนที่แท้จริงของหลวงปู่ทวด"มาทำเองเสียเลย..!!!!!!!!!!.
ก็ระหว่าง"องค์พระมหากษัตริย์"เสด็จมาเอง กับ"ผู้แทนพระองค์" ก็คงไม่ต้องสงสัยว่า  "พุทธวงศ์"ต้องประสงค์ในสิ่งใด...????????????
หาไม่ คงไม่ต้องใช้วิริยะบารมีความพากเพียรอย่างสาหัส บุกป่าฝ่าดงบนถนนยอดเขาอันสูงชันกลางดึก เสี่ยงต่ออันตรายทุกสิ่งทุกอย่างให้ลำบากไปเปล่าๆ เพื่ออัญเชิญพระหลวงปู่ทวด รุ่นนี้ขึ้นไปอธิษฐาน ณ ดินแดนแห่งพันธสัญญาที่หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พระอรหันตเจ้าแห่งสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ เคยใช้อนาคตังสญาณหยั่งทราบไว้ทีเดียวว่า ในอนาคตกาล เมื่อพระศรีอาริยเมตไตรยได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จะเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทรอยที่ 5  ณ พระพุทธบาทสี่รอยแห่งนี้โดยแน่  ไม่สงสัย..!!!!!!!!!!!!!!!!!
โดยระหว่างการเดินทางในความมืดมิดแห่งรัตติกาลกลางป่าใหญ่ บนถนนขึ้นเขาอันสูงชันนั้น ได้มีมหาเมฆใหญ่ลอยอยู่ท่ามกลางฟ้าใสๆจนเห็นดวงดาวแพรวพราย พร้อมกับมีแสงแห่งสายฟ้าวิ่งแปลบปลาบวูบวาบในหมู่มวลเมฆอยู่โดยตลอด ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
แม้ตอนที่จุดธูปเทียนบูชาและสวดมนต์อัญเชิญนั้น ก็ได้มีลมกรรโชกมาอย่างแรง จนทองคำเปลวในรอยพระพุทธบาทปลิวกระจาย เสียงกังสดาลชายคาพระวิหารก็ดังระงมอยู่กราวๆ อย่างผิดปกติ ชนิดที่ไม่เคยพบเห็นในกาลใดๆ ตลอดระยะเวลา 20 ปีเต็มๆ ตั้งแต่"พุทธวงศ์"ได้ขึ้นไปกราบพระพุทธบาทสี่รอยครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2535 เป็นต้นมา
จากนั้น ฝนก็ได้ตกกระหน่ำลงซู่ใหญ่ถึง 2 ครั้ง 2 คราวติดๆกัน พร้อมมีเสียงฟ้าคำรนครืนครางอยู่ไม่ขาดระยะ เป็นที่ประจักษ์ต่อหน้าต่อตาเพื่อนที่ขึ้นไปด้วยกัน และพระสงฆ์ ตลอดจนอุบาสกอุบาสิกา จากวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยาเกือบ 10 ชีวิตที่ขึ้นไปภาวนาในโอกาสเดียวกันนั้นด้วยโดยถ้วนหน้า
และในขณะที่กำลังเริ่มทำพิธีอัญเชิญพระศรีอาริยเมตไตรยมหาโพธิสัตว์เจ้ามาอธิษฐานบารมียังพระสมเด็จ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกอยู่นั่นเอง  ในตัวเมืองเชียงใหม่-ลำพูน ก็ได้บังเกิดมหาพายุใหญ่พร้อมมีฟ้าร้องฟ้าผ่าและลูกเห็บตกพัดถล่มลงมาอย่างหนักหน่วงที่สุด ชนิดที่แทบไม่เคยพบไม่เคยเห็นในคราครั้งใดมาก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน (3 ทุ่ม - 4 ทุ่ม) อย่างพอดิบพอดี..!!!!!?????!!!!
นี้จะเป็นเหตุ"บังเอิญ"หรือเป็น"คนละเรื่องเดียวกัน"หรือเปล่า ก็คอยเตรียมพบกับผลการวิเคราะห์เจาะลึกจากหน่วยสืบราชการลับทางจิตแบบใจจดจ่อให้จงดีเลยทีเดียว
รายงานด่วนจากเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่มาให้ทราบก่อนเลยครับผม..!!!!!!!!!!!!
 

 

 

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน   ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำทั่วจังหวัดเชียงใหม่  และมีลูกเห็บตกบางแห่ง เช่นที่ อ .แม่ริม อ.สันทราย อ.สารภี  อ,เมืองเชียงใหม่  แรงพายุทำให้ป้ายขนาดใหญ่และต้นไม้ขนาดปานกลางและใหญ่หักโค่น ขวางถนน ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลของแต่ละแห่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกแก้ไข และบางแห่งกระแสไฟฟ้าดับ
 1353819559(2).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.108.xxx  |   เมื่อ: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา: 23:55:03 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
 DSC0938201.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.108.xxx  |   เมื่อ: 1 ธันวาคม 2555 เวลา: 0:27:44 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ภายหลังจากที่ได้ประกอบพิธีอธิษฐานอัญเชิญพระทั้งปวงเป็นปฐมฤกษ์ด้วยเคล็ดที่ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พระอรหันตเจ้าแห่งสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ พระผู้เปิดพระพุทธบาทสี่รอยให้เลื่องลือไกลที่สุดในยุคกึ่งกลางพระพุทธศาสนยุกาลได้เคยสอนสั่งไว้ ณ พระวิหาร พระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ตอนดึกของวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ท่ามกลางปรากฏของลม,ฟ้า,ฝน,ไฟ(สายฟ้าแลบคำรน)มาประชุมกันอย่างครบเครื่อง ปานประหนึ่งเป็นนิมิตที่ว่า"เจ้าของมาเอง"ก็ไม่ปาน.... 
หลังจากนั้น อีก 4 วัน ในตอนเย็นของวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 อันเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12  ที่หน่วยสืบราชการลับทางจิตสาย"โพธิ"เคยบอกเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "พระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นนี้ พลังจะสมบูรณ์แบบถึงขีดสุดในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 นี้แน่แท้"  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในคำบอกคำกล่าวที่มีมาล่วงหน้าว่า จะจริงแท้แค่ไหน และผลของการบอกกล่าวอัญเชิญในวาระแรกที่มีปรากฏการณ์แปลกๆมากมายดังกล่าวจะมีผลประการใดหรือไม่  ก่อนขึ้นไปยังพระพุทธบาทสี่รอยเป็นคำรบ 2 เพื่อนำพระหลวงปู่ทวดทั้งนั้นเข้าพิธีลอยพระประทีปสมโภชบูชารอยพระพุทธบาท "พุทธวงศ์"ก็ได้รีบไปแวะกราบครูบาเทือง วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่ง"พุทธวงศ์"ถือเป็นครูบาอาจารย์ที่เคยกราบไหว้มาแต่เก่าก่อนเกือบ 20 ปี ทั้งยังได้ประสพกับอำนาจอภิญญาของท่านมาจนนับครั้งแทบไม่ถ้วน  เป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจในญาณหยั่งรู้ของท่านอย่างไม่มีใดต้องจำต้องพักสงสัย
เมื่อได้กราบครูบาเทือง และได้ถวายพระหลวงปู่ทวดให้ครูบาท่านชม เพียงชั่วอึดใจ ทั้งๆที่ไม่ได้กราบเรียนถึงแบ็คกราวหรือที่มาที่ไป ตลอดจนคำบอกเล่าของหน่วยสืบราชการลับทางจิตใดๆ  แต่ครูบาเทืองก็ออกปากเปรี้ยงมาในทันใดว่า 
"พระหลวงปู่ทวดนี้ มีพุทธคุณแรง แรงมากๆอยู่แล้วน๊ะ ลูกเหย..!!!!!!!!"
และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ก็เห็นจะเป็นประโยคต่อมาที่ว่า
"พระนี้ มีครบทั้งพระศรีอาริย์ ทั้งหลวงปู่ทวด ทั้งพระพุทธบาทสี่รอย มีพุทธคุณดีมากๆในทุกๆด้าน(ไม่ใช่เด่นในทางแคล้วคลาดเป็นหลักแบบพระหลวงปู่ทวดที่สร้างให้เป็นหลวงปู่ทวดตามปกติทั่วๆไป) และพระนี้ แรงมากๆจนไม่จำเป็นต้องไปทำพิธีปลุกเสกอะไรอีกแล้วน๊ะ..!!!!!?????!!!!!!" 
 DSC09240.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.108.xxx  |   เมื่อ: 1 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:31:53 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                         หมายเหตุพิเศษ 1, ด้วยอำนาจญาณแห่งครูบาเจ้าวัดบ้านเด่น และเหตุที่เคยกราบท่านมานานหลายปี ทำให้พอให้ครูบาท่านมักคุ้นและจำหน้า จนอาจพูดอะไรลึกๆตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อมได้อย่างสนิท เป็นเหตุให้"พุทธวงศ์"ได้กราบและย้ำศรัทธาพระเถรานุเถระที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบและหลีกเลี่ยงที่จะกราบภิกษุที่ประพฤติไม่ดีปฏิบัติไม่เอาไหนมามากมายพอเรื่องเลยทีเดียว อาทิเช่น
"ครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม แก่ปัญญา  ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง แก่บารมี..!!!!!!"
"ครูบาบุญปั๋น ท่านเป็นอรหันต๋า(อรหันต์) มีจิตที่เยือกเย็นที่สุดน๊ะ...!!!!!!!!!!"
"ในยุคปัจจุบันนี้ พระที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีจิตที่เย็นเสมอด้วยครูบาบุญปั๋นยังไม่มี แต่ที่ใกล้เคียงก็คือครูบาดวงดี วัดบ้านฟ่อนนั่นแหละ...!!!!!!!!!!!!!!"
"ครูบาบุญชุ่ม จิตมีฤทธิ์  ปฏิบัติกรรมฐาน 40 ทุกกองทุกแบบจนหมด แต่ครูบาบุญชุ่มท่านเปลี่ยนใจง่าย(ตามประสาผู้มีจิตไว)น๊ะ..???!!!!???"
"หลวงพ่อ(ภัททันตะ อาสภมหาเถระ วัดมหาธาตุ)องค์นี้ มอบดูรูปท่านปุ๊บ ก็รู้ได้เลยว่า ท่านเป็นพระอริยะแน่นอน..!!!!!!!!!!!!!!!"
แต่..........
"โอ้...ตุ๊เจ้าตนนั้นอย่าไปเลย บ่ได้เรื่องดอก ลูกเหย...!!!!!????"
"ตุ๊ตนนั้น ครูบาไล่ออกจากวัดครูบาไปเอง เพราะเอาเงินวัดไปซื้อบ้านให้พ่อแม่พี่น้องอยู่ เนาว์ไม่เชื่อ ลองไปสืบดูได้ ถ้าไม่จริงให้มาเรียกครูบาว่า"ไอ้"ได้เลย...!!!!????!!!!"
"ครูบานอกสาย(นอกเขตภาคเหนือ)บางตน แอบมาดูงานที่วัดครูบา แต่ไม่ยอมแสดงตัว แล้วก็ลอกก็ก๊อปปี้การก่อสร้าง,พิธีการของครูบาไปใช้ที่วัดของตัว ครูบาก็รู้ทันหรอกน๊ะ..!!!!????!!!!?????"
"ของบางอย่างที่มีให้บูชาที่วัดนี้ ไม่ใช่ของครูบา แต่เป็นของที่ผู้ใหญ่ฝาก(แกมบังคับ)มา แต่โดยน้ำใสใจจริงของครูบาแล้ว ไม่คิดที่จะทำอย่างนั้นเลย อาศัยที่ขัดไม่ได้ เลยจำใจต้องทำไป..!!!!????!!!!?????!!!!!!!!"
และที่ถือได้ว่า "สุดๆ" ก็เห็นจะเป็นกรณีเมื่อครั้งที่"พุทธวงศ์"คิดทำหนังสือพระเอง เพราะเชื่อมั่นในประสพการณ์และข้อมูลของตัวเองที่อัดแน่นชนิดเขียนตั้งแต่ชาตินี้ยันชาติหน้าก็หาเขียนหมดไม่  แต่เพื่อความมั่นใจ เลยเอาความดังนี้ไปปรึกษาด้วยครูบาเจ้าเทือง วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน(บ้านเด่น) ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จประการใด
เมื่อได้ฟัง ภายในชั่ววินาที ครูบาวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกนก็"ฟันธง"ฉับอย่างตรงไปตรงมาอย่างสะใจสุดๆ   ชนิดที่บรรณาธิการนิตยสารพระเครื่องหลายๆฉบับในทุกวันนี้  เมื่อหากได้มาฟังแล้ว ก็คงจะ"หน้าชา"คล้ายกับถูกตบหน้าสั่งสอนฉาดใหญ่ ก็ไม่ปานที่ว่า
"ที่คิดจะทำหนังสือพระนั้น ไม่สำเร็จหร็อก เพราะเนาว์นั้น เลือกเอาแต่พระที่ดีๆ ส่วนพระที่ไม่ดี ไม่เอาด้วย  แต่การทำหนังสือพระนั้น เพื่อจะเอาเงิน พระดีก็ต้องเอา พระไม่ดี(ผิดศีล ผิดธรรม ผิดวินัย โอ้อวดอุตริมนุสสธรรม เล่นของต่ำ ทำคุณไสย +อยากดังอยากได้ลาภสักการะ)  ก็ต้องเอา(โฆษณา+อุปโลกน์เป็นพระเกจิ สร้างและปลุกเสกพระไม่มีคุณภาพออกหลอกขายชาวบ้านจนมั่วไปหมด)  ด้วยเหตุนี้ ครูบาจึงว่าเนาว์ทำหนังสือพระไม่ได้อย่างไรเล่า.....!!!!!!!!!!"
"!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!??????????????????!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"ตรงไปตรงมา"อย่างไม่ไว้หน้า แบบเข้าเป้าตรงใจพอหรือไม่..??????????? 
หากญาณหยั่งรู้ไม่แทงตลอดครอบโลกจริง มีหรือที่ครูบาจะฟันแสกหน้าให้คนที่ค่อนข้างจะ "แสนรู้จริงนะ"อย่าง"พุทธวงศ์"จะถึงแก่การอั้นอึ้งตะลึงแล ไร้คำพูดใดๆจะโต้แย้งตราบจนชั่วชีวิตถึงเพียงนี้ได้..??????????????????????
 _1_~1(14).JPG
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.108.xxx  |   เมื่อ: 1 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:38:13 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                         หมายเหตุพิเศษ 2, เรื่องของพระพุทธบาทสี่รอยกับพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งเป็นต้นร่างที่แท้จริงของหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดนั้น  กล่าวได้ว่า มีความผูกพันใกล้ชิดอย่างยิ่ง จนแม้แต่ครูบาเทือง วัดบ้านเด่นยังเคยกล่าวไว้ว่า "ทำบุญที่พระพุทธบาทสี่รอย ได้เกิดทันศาสนาพระศรีอาริย์แน่นอน..!!!!!!!!!"  ทั้งยังได้เคยปรากฏเหตุอภินิหารอันเหนือโลกมาก่อนล่วงหน้าแล้ว สมัยที่"พุทธวงศ์"เป็นประธานสร้าง"พระเจ้ามหาธรรมิกราช" พระประธานทรงเครื่องจักรพรรดิศิลปะล้านนาไทยเต็มรูปแบบเป็นพระประธานองค์สุดท้ายในพระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทสี่รอยเมื่อปีพ.ศ. 2546  แม้ยังไม่ได้พุทธาภิเษกเบิกเนตรใดๆ เพียงแค่ยกขึ้นประดิษฐานยังแท่นแก้วเท่านั้น ก็ยังปรากฏ"พระขรรค์เพชรพระศรีอาริย์"ปรากฏเจิดจ้าให้จับภาพท่ามกลางความมืดมิด เห็นได้กันจะๆเต็มๆสองตาอย่างไม่ต้องมีกั๊กมีเม้ม ดุจหนึ่งพระศรีอาริย์เสด็จมารับรองพระด้วยองค์เอง ดังได้แสดงให้ปรากฏใน"จดหมายเหตุ พระพุทธบาทสี่รอย" ก็เคยปรากฏมีมาแล้ว
Confirm ซ้ำด้วยบรรดานักปฏิบัติธรรมสาย"ดูจิต" นำโดยคุณสุเมธ โสฬสและคุณหมอณัฐ คราวขึ้นไปพักปฏิบัติธรรมที่วัดพระพุทธบาทสี่รอยเมื่อราว 2 ปีก่อน เมื่อกลับลงมา คุณสุเมธ โสฬสก็โทรศัพท์มาถามไถ่ในทันใดว่า
"เนาว์ๆ พระพุทธรูปทรงเครื่ององค์ที่เนาว์สร้างในโบสถ์พระพุทธบาทสี่รอยน่ะ สร้างให้เป็นพระศรีอาริยเมตไตรยหรือ..??? เพราะทั้งหมอณัฐและพี่ต่างจับกระแสของพระศรีอาริย์ได้เหมือนๆกันเลยทีเดียวน๊ะ...!!!!!!!"
"....!!!!!!!!!?????????!!!!!!!!!!....."
ด้วยประการฉะนี้ ในเมื่อ"พุทธวงศ์"ดำริสร้างพระหลวงปู่ทวด ซึ่งถือว่าเป็น"องค์นิรมานกายของพระศรีอาริยเมตไตรย"ถวายวัดพระพุทธบาทสี่รอย และตั้งใจจำเพาะจะขอให้"องค์ในตัวจริง"ของหลวงปู่ทวดมาทำความศักดิ์สิทธิ์เอง  เพื่อความเป็นพิเศษสุดยิ่งกว่าใดอื่นทั้งหมดทั้งสิ้น สมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นพระหลวงปู่ทวด ของวัดพระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม กล่าวรับรองว่า "เป็นสัญลักษณ์แห่งมหาภัทรกัปที่สำคัญที่สุดในจักรวาล" รุ่นแรกสุดในรอบ 2,555 ปี(ในพุทธสมัยแห่งศาสนาพระสมณโคดม)  ครั้งแรกที่สุดในรอบ 4 อสงไขย กำไร 100,000 มหากัป นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าตัณหังกรได้ตรัสรู้เป็นต้นมา   แล้วจะผิดแปลกหรือพ้นวิสัยเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุดังฤา..??????????
 DSC049531(4)(1).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.108.xxx  |   เมื่อ: 1 ธันวาคม 2555 เวลา: 8:20:45 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
และด้วยประการฉะนี้ เมื่อได้สดับคำแห่งครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน ที่ได้เจาะลึกถึงมหาพลังซึ่งแฝงอยู่ ณ ภายในพระหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ที่"พุทธวงศ์"(คนวังต้องห้าม)ทำถวายเป็นกฐินทาน ยังวัดพระพุทธบาทเจ้าทั้งสี่ฮอย(สำนวนภาษาล้านนา) ประจำปีพุทธชยันตี 2600 ปี ว่า "ทั้งพระศรีอาริยเมตไตรย ทั้งหลวงปู่ทวด และพระพุทธบาทสี่รอย ได้มาจัดการทำความศักดิ์สิทธิ์ให้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว" สมดังที่ได้ตั้งมโนปรารถนาไว้แต่เบื้องต้น  ก็อดให้รู้สึกปลาบปลื้มปีติใจเป็นที่ล้นที่พ้น หาที่สุดมิได้เป็นอย่างยิ่ง
แต่แม้กระนั้น เพื่อความ "สำเร็จสมบูรณ์แบบ" ครบเครื่องทั้งทางรูปและนามจนถึงขีดที่สุดให้สิ้นเชิง  "พุทธวงศ์"จึงได้กราบลาครูบาวัดบ้านเด่น ขึ้นสู่วัดพระพุทธบาทสี่รอย เพื่ออัญเชิญพระสมเด็จหลวงปู่ทวดทั้งสิ้นไปเข้า พิธีชัยมังคลาภิเษกกสมโภชในการลอยพระประทีปบูชาในวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามตำนานแม่กาเผือกกับอดีตพระโพธิสัตว์ 5 พระองค์ในมหาภัทรกัปนี้  ณ พระพุทธบาทเจ้าทั้งสี่รอย ซึ่งเป็นมหาบุญ มหากุศล มหามงคลกิริยาอันสูงสุด อย่างที่ไม่มีการลอยกระทงที่แห่งไหนในประเทศไทยหรือในโลกทั้งสิ้นจักเสมอเหมือน หรือใกล้เคียงได้ ในทันใด...
 DSC09546.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 2 ธันวาคม 2555 เวลา: 10:57:44 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  

ตำนานพระเจ้าห้าพระองค์

ในสมัยปฐมกัลป์ มีพญากาเผือก ๒ ตัวผัวเมีย ทำรังอยู่ที่ใต้ต้นมะเดื่อริมฝั่งแม่น้ำคงคา อันเป็นธรรมชาติสถานที่รื่นรมย์ ในเวลาต่อมาพระโพธิสัตว์ได้ปฏิสนธิเกิดในครรภ์พระมารดาแม่พญากาเผือก พร้อมกันทั้ง ๕ พระองค์ เมื่อครบทศมาส แม่กาเผือกก็เกิดออกไข่ ณ ที่รังต้นมะเดื่อจำนวน ๕ ฟอง ( สถานที่นี้ ในการต่อมาคือ วัดพระเกิด ) แม่กาเผือกดูแลฟักด้วยความทะนุถนอมเป็นอย่างดี
ครั้นอยู่มาวันหนึ่งพระยากาเผือก ได้ออกไปหากินถิ่นแดนไกล ได้ไปถึงสถานที่ที่หนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร แม่กาเผือกได้เพลินหากินอาหารชื่นชมกับธรรมชาติอันแสนรื่นรมย์จนมืดค่ำ พอดีฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง ลมพายุใหญ่พัดกระหน่ำทำให้มืดครึ้มทั่วไปหมด ทำให้พญากาเผือกหาหนทางออกไม่ถูก จึงหลงอยู่ในบริเวณสถานที่นั้น ( สถานที่นั้นในกาลต่อมาได้ชื่อว่าเวียงกาหลง ) แม่กาเผือกได้พักอยู่ที่เวียงกาหลงคืนหนึ่ง พอรุ่งเช้า แม่การีบบินกลับที่พัก ณ. รังต้นมะเดื่อริมฝั่งน้ำ แต่ปรากฏว่ากิ่งมะเดื่อที่ทำรังถูกพายุพัดหักล้มลงไปในแม่น้ำ แม่กาเผือกตกใจรีบถลาไปหาลูก แต่อนิจจา หาเท่าไรก็หาไม่พบ แม่กาเผือกพยายามหาไข่ลูกของตนเองไปทุกสถานที่ ด้วยความโศกเศร้าเสียใจในความรักอย่างสุดซึ้ง จนไม่สามารถระงับความอาลัยทุกข์ได้ ในที่สุดก็สิ้นใจตายอย่างน่าสงสาร
ด้วยอานิสงส์ในความรักอันบริสุทธิ์ที่มีต่อลูก ทั้งที่ลูกของแม่กาเผือกเป็นพระโพธิสัตว์ถึง ๕ พระองค์ เป็นกุศลหนุนส่งให้แม่กาเผือกตายไปเกิดอยู่บนแดนพรหมโลกชั้น สุทธาวาสมีวิมานทองคำสดใสริสุทธ์ งดงามตระการตา ได้พระนามว่า “ ฆติกามหาพรหม “ จักได้เป็นผู้ถวายอัฏฐะบริขารบวชแก่ลูกทั้ง ๕ พระองค์ เมื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ส่วนไข่ทั้ง๕ ได้ถูกลมพัดตกน้ำไหลไปยังสถานที่ต่างๆ ไข่ฟองที่ ๑ แม่ไก่ได้เก็บและนำไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่๒ แม่นาคราชได้เก็บนำไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๓ แม่เต่าเก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๔ แม่โคเก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๕ แม่ราชสีห์เก็บไปดูแลรักษา ครั้นในกาลเวลาต่อมาพระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ ก็ประสูติออกจากไข่ทั้ง ๕ ปรากฏเป็นมนุษย์รูปร่างสวยสดงดงามทั้ง ๕ พระองค์ ในเวลาเดียวกันตามลำดับ ของแม่เลี้ยงทั้ง ๕ ที่นำไข่ไปดูแลรักษา พระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ ได้เจริญเติบโตอยู่กับแม่เลี้ยง ด้วยความกตัญญูจึงรู้ทำหน้าที่ทุกอย่างทดแทนบุญคุณแม่เลี้ยงเป็นอย่างดี จนถึงอายุครบ ๑๒ ด้วยบุญกุศลเก่าหนุนส่ง ก็มีสิทธิ์คิดที่จะออกบวชบำเพ็ญ เนกขัมมะบารมี เป็นฤาษีอยู่ในป่า จึงได้อำลาแม่เลี้ยงของตนเหมือนกันทั้ง ๕ พระองค์ ฝ่ายแม่เลี้ยงถึงแม้จะมีความรักและอาลัยลูกเพียงใดก็ไม่สามารถขัดขวางความประสงค์ตามเจตนาที่เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ จึงอนุญาตให้ลูกออกบวชด้วยความอนุโมทนา
ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ ของพระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ พระองค์ ที่มุ่งมั่นจะบำเพ็ญบารมีพระโพธิญาณ เพื่อเป็นพระพุทธเจ้าโปรดสัตว์โลก แม่เลี้ยงทั้ง ๕ เห็นปณิธานอย่างนั้นจึงฝากนามของแม่เลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ตำนานให้แก่โลกต่อไป ตามลำดับพระนามดังต่อไปนี้
องค์ที่ ๑ มีพระนามว่า พระกกุสันโธ เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นไก่
องค์ที่ ๒ มีพระนามว่า พระโกนาคมโน เพราะนามแม่เลี้ยงเป็นนาค
องค์ที่ ๓ มีพระนามว่า พระกัสสโป เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นเต่า
องค์ที่ ๔ มีพระนามว่าพระโคตโม เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นโค
องค์ที่ ๕ มีพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรโย เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นราชสีห์
ฝ่ายพระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ เมื่ออกบวชเป็นฤๅษีก็ได้บำเพ็ญเพียรพระกัมมัฏฐานสำเร็จฌาน อภิญญาสมาบัติ จึงสามารถเหาะไปหาอาหารผลไม้ และบำเพ็ญเพียรที่ป่าดอยสิงกุตตระ ณ. ใต้ต้นอัชปาลนิโครธ อันร่มรื่นด้วยกิ่งไม้สาขาใหญ่ ด้วยเหตุปัจจัยในกุศลมีธรรม ฤาษีทั้ง ๕ ได้มาพบกัน ณ ที่นี้ โดยมิได้นัดหมายรู้จักกันมาก่อน จึงสอบถามความเป็นมาของกันและกัน จึงได้รู้ว่าแต่ละองค์มีแต่แม่เลี้ยง แม่ที่แท้จริงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ฤๅษีทั้ง ๕ จึงได้ตั้งสัจจะอธิฐานขอให้ได้พบแม่บังเกิดเกล้าที่แท้จริงเป็นเหตุให้เท้า ฆติกามหาพรหมซึ่งเป็นแม่ทราบเหตุการณ์ทั้งหมด จึงจำแลงเป็นแม่กาเผือกขาวสวยงามยิ่งนัก มาปรากฏอยู่หน้าฤๅษีทั้ง ๕ ฝ่ายฤๅษีทั้ง ๕ ก็รู้ด้วยญาณทัศนะทันทีว่า นี่แหละเป็นแม่บังเกิดเกล้าที่แท้จริง จึงสอบถามวามเป็นมาของแม่กาเผือกตั้งแต่ต้นว่า เรื่องราวเป็นมาอย่างไร แม่กาเผือกจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกฟัง
เมื่อลูกฤๅษีได้ทราบเหตุเช่นนั้น แล้วรู้สึกสลดสังเวชใจเป็นอย่างยิ่งและสำนึกในบุญคุณอันใหญ่หลวงของแม่กาเผือก จึงน้อมกราบนมัสการฆติกามหาพรหมผู้เป็นแม่ที่ให้กำเนิดชีวิต จึงกราบขอสัญลักษณ์อนุสรณ์ของแม่กาเผือกไว้บูชา
แม่กาเผือกได้ประทานผ้าฝ้ายเป็นด้ายฟั่นตีนกาสัญลักษณ์อนุสรณ์ ให้แก่ลูกฤๅษีทั้ง ๕ ไว้ใช้เป็นไส้ประทีปจุดบูชาทุกวันพระ และต่อมาได้กลายมาเป็นประเพณีจุดประทีปตีนกาบูชาแม่กาเผือกในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ ลอยกระทง เป็นตำนานสืบไว้ในโลกาตลอดกาลนาน เมื่อแม่กาเผือกประทานสัญลักษณ์ไว้ให้กับฤๅษีทั้ง ๕ ก็ลากลับเทวสถาน
พระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ ต่างก็พากันตั้งหน้าบำเพ็ญเพียรรักษาศีลธรรมภาวนามิได้ขาด ทุกวันพระก็จุดประทีปตีนกาบูชาพระแม่กาเผือกผู้เป็นแม่อยู่เสมอ เป็นเวลานานหลายปีชีวีฤๅษีทั้ง ๕ ก็ดับขันธ์ได้ไปเกิดบนเทวโลก ชั้นดุสิตพิภพอันเป็นที่อยู่ขององค์พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ได้เสวยทิพยสมบัติอยู่ในที่นั้น และในกาลต่อมาก็ได้เวียนบำเพ็ญบารมีทุกภพชาติที่เนิดเกิดในสังสารวัฏนี้ จนบารมีเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ทั้ง ๓๐ ทัศแล้ว ก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ไหนจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ฆติกามหาพรหมผู้เป็นแม่ต้นกัปโลกาก็จะนำเอาบริขาร คือ บาตรไตรจีวร มาถวายลูกโพธิสัตว์ทั้ง ๕ พระองค์ ในชาติสุดท้ายที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกทุกพระองค์ กาลเวลาอันยาวนานผ่านไปจนถึงปัจจุบันนี้ พระโพธิสัตว์ลูกแม่กาเผือกต้นปฐมกัปก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกไปแล้วถึง ๔ พระองค์ ตามลำดับดังนี้คือ
๑. พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๔ หมื่นปี มีเขมวตีนครของพระเจ้าเขมะเป็นราชธานี
๒. พระโกนาคมโนสันโธ สัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๓ หมื่นปี มีโสภวตีนครของพระเจ้าโสภะเป็นราชธานี
๓. พระกัสสโปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๒ หมื่นปี มีพาราณสีนครของพระเจ้ากิงกิเป็นราชธานี
๔. พระโคตโมสัมามสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๘๐ ปี มีกบิลพัสดุ์ของพระเจ้าสุทโธทนะเป็นราชธานี
ส่วนพระโพธิสัตว์องค์ที่ ๕ อันเป็นลูกองค์สุดท้ายของแม่กาเผือก คือพระศรีอริยเมตไตรย์ จักเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในภัททกัปป์นี้ จะมีอายุถึง ๘ หมื่นปี
ในยุคพระศรีอริยเมตไตรย์นั้น สภาพสังคมมนุษย์จะอุดมสมบูรณ์พูนสุขมาก เพราะผู้คนมีศีลธรรมอยู่กันด้วยความเมตตาธรรม มีศีล ๕ บริสุทธิ์ทุกคน จึงมีทรัพย์สมบัติมาก มีอายุยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ มีรูปร่างหน้าตาสวยสดงดงาม ผ่องใสเบิกบานด้วยศีลธรรมกันหมดและเพราะบารมีของพระพุทธเจ้า
ศรีอริยเมตไตรย์ ที่สั่งสมบารมีเพื่อความสุขสันติของโลก ซึ่งมีพระเจ้าสังขจักพรรดิทรงปกครองบ้านเมืองโดยชอบธรรมในเมืองเกตุมวดีนคร แผ่ธรรมจักรพรรดิให้คนรักษาศีล ๕ ทั้งโลก เมื่อพระศรีอริยเมตไตรย์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วผู้คนจึงได้ฟังพระธรรมจักร ได้ดื่มรสอมตะธรรมแห่งพระศรีอริยเมตไตรย์ ได้บรรลุธรรมถึงสวรรค์นิพพานโดยแท้ ผู้คนในยุคนั้นจึงโชคดีที่สุดเกิดมาเพื่อสันติสุข เข้าถึงศีลธรรมอันดีงามทั้งหมด
 55555.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 2 ธันวาคม 2555 เวลา: 11:42:58 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆได้เข้าประชุมถึงพร้อมจนถึงขีดที่สุด ที่"พุทธวงศ์"ได้ประมวลผนวกรวบยอดเข้าเป็นหนึ่งเดียวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและสิ้นเชิง อย่างไม่เปิดช่องให้มนุษย์หรือมารพรหมตนใดจะอาจมาโต้แย้งให้เป็นอื่นโดยธรรมด้วยประการทั้งปวงได้ อันเกี่ยวเนื่องทั้งด้วยตำนานแห่งพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ,หลักฐานจารึกในพระไตรปิฏกแห่งรอยพระพุทธบาทแห่ง"โยนกนคร" ตลอดจนถึงคำรับรองแห่งหน่อพระพุทธภูมิมหาโพธิสัตว์ ซึ่งจะได้ตรัสรู้พระโพธิญาณในอนาคตวงศ์ 10 พระองค์อย่างหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี  และคำยืนยันแห่งพระอริยสงฆ์องค์อรหันตเจ้า ผู้ทรงอภิญญาอันบริสุทธิ์ ล่วงส่วนแห่งสามัญมนุษย์อย่างหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ ฯลฯ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 2 ทศวรรษดังพรรณนามาแต่ต้นนั้น    ย่อมอาจสามารถพิจารณาเห็นได้ว่า การสร้างพระหลวงปู่ทวด ซึ่งถือเป็นนิรมานกายของพระศรีอาริยเมตไตรย ถวายแด่วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรก ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12  (ลอยกระทง) ดังนี้ ย่อมมิใช่เป็น"เหตุบังเอิญ"แต่ประการใดทั้งสิ้น
แต่เป็นการ"ตั้งใจ"และ"จงใจ"ที่จะเชื่อมและรวมสายสัมพันธ์แห่ง"พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์" ให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างเป็นรูปธรรม ณ ดินแดนแห่งพันธสัญญา ที่พี่น้องทั้ง 5 จะมาประดิษฐานรอยบาทเมื่อคราได้สำเร็จพระโพธิญาณเป็นพระบรมโลกนาถสัมมาสัมพุทธเจ้า อันได้แก่พระพุทธบาทสี่รอยแห่งนี้ สมศักดิ์ศรีและสมภาคภูมิและสมตำนาน"ของจริง"(ที่ไม่ใช่เรื่องเล่าหรือความเชื่อตามนิมิตที่ปราศจากหลักฐานในทางประวัติศาสตร์อันเชื่อถือได้รองรับ)มากที่สุด อย่างที่ในสยามประเทศไม่มีใดจะยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว.....
และในการนี้ "พุทธวงศ์"ได้ได้ลอยกระทงอันหนึ่งซึ่งมี"ประทีปตีนกา"ในตำนาน ณ พระพุทธบาทสี่รอย  โดยหมายใจจะเป็นการสมโภชพระทั้งสิ้น และยังกระทำมหาพุทธบูชาแทนองค์หลวงปู่ทวด และพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งมีแต่กายทิพย์แทนทั้ง 2 พระองค์ ไม่อาจที่จะทำด้วยกายมนุษย์ให้สมศรัทธาไปพร้อมกัน เพื่อให้บังเกิดมหากุศลอันทับซ้อนทวียิ่งยวดขึ้นไปอย่างหาที่สุดมิได้อีกสถานหนึ่งด้วยฯ
 DSC095511.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 2 ธันวาคม 2555 เวลา: 11:47:19 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ครั้นเมื่อถึงเวลาอันสมควรยิ่ง พระครูพุทธบทเจติยารักษ์(ครูบาพรชัย ปิยวัณโณ) เจ้าอารามาธิปติ(เจ้าอาวาส) พระผู้บุกเบิกพัฒนาวัดพระพุทธบาทสี่รอยจนสวยงามยิ่งใหญ่ในยุคกึ่งกลางพุทธศาสนยุกาล กำลังตั้งเทียนบูชาพระเจ้า 5 พระองค์จากไฟชนวนที่"พุทธวงศ์"จุดถวายเป็นปฐมวาระ ในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันยี่เป็ง  อันผิดเวลาจากกำหนดเดิมไปมาก จาก 1 ทุ่มมาเป็น 3 ทุ่ม ซึ่งบังเอิญใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่อัญเชิญพระหลวงปู่ทวดมาอธิษฐานอัญเชิญพระบารมีในวันที่ 24 ที่มีปรากฏการณ์ลมฟ้าฝนไฟมาประชุมอย่างครบเครื่องพอดิบพอดี  และยังบังเอิญไปตรงกับฤกษ์ที่ดีที่สุดที่มีโหราจารย์ชื่อดังได้พยากรณ์เอาไว้ (ประมาณ 3 ทุ่ม 21 นาที)อีกต่างหากด้วย..!!!!???!!!!
หรือว่านี้ จะเป็น"ฤกษ์ฟ้ากำหนด"  จึงมีเหตุให้ทุกสิ่งมีการจัดสรรจัดล็อคเปลี่ยนแปลงใหม่หมดโดยอัตโนมัติ อย่างที่ใครๆก็คาดคิดไม่ถึงหรอกหรือไฉน..????????
 DSC093230.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 2 ธันวาคม 2555 เวลา: 11:51:11 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
เยจะพุทธา อตีตะจา เยจะพุทธา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะพุทธา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะธัมมา อตีตะจา เยจะธัมมา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะธัมมา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะสังฆา อตีตะจา เยจะสังฆา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะสังฆา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะถูปา อตีตะจา เยจะถูปา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะถูปา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะโพธิง อตีตะจา เยจะโพธิง อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะโพธิง อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะรัตนปัลลังกั๋ง อตีตะจา เยจะรัตนปัลลังกั๋ง อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะรัตนปัลลังกั๋ง อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะพิมพา อตีตะจา เยจะพิมพา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะพิมพา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะโมฬี อตีตะจา เยจะโมฬี อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะโมฬี อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะเกศา อตีตะจา เยจะเกศา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะเกศา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะทันตา อตีตะจา เยจะทันตา อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะทันตา อะหังวันทามิ สัพพะทา
เยจะจุฬามณี อตีตะจา เยจะจุฬามณี อนาคตา ปัจจุปันนา จะเยจะจุฬามณี อะหังวันทามิ สัพพะทา อะหังวันทามิ สิระสา
 DSC093199.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 2 ธันวาคม 2555 เวลา: 11:59:53 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  

จากนั้น พระภิกขุเจ้าสังฆะและอุปาสิกะ อุปาสิกาทั้งหลาย อันมีครูบาพรชัย เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอยเป็นองค์ประธาน ก็ยืนโยงโองการชุมนุมเทวดาและเจริญพระพุทธมนต์บูชาพระรัตนตรัยอยู่ช้านานถึงเกือบ 2 ชั่วโมง ท่ามกลางความมืดและเย็นยะเยียบที่แจ้งกระจ่างด้วยแสงจันทร์วันเพ็ญบนยอดเขาสูงแห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นบรรยากาศแห่งความความศักดิ์สิทธิ์ที่เหนือคิดเหนือฝันเหนือจินตนาการ อันพิธีการในวันลอยกระทงใดๆในแผ่นดินนี้ ยากจะมีอะไรที่จะมาเสมอสองได้

 DSC092956.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 3 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:20:17 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  

และในไม่ชั่วกี่เพลา ขณะที่ครูบาพรชัยพร้อมด้วยพระภิกษุแลศรัทธาญาติโยมทั้งนั้นกำลังเจริญพระพุทธมนต์ภาวนาถวายเป็นมหาพุทธบูชาในวันเป็งปุ๊ดยี่เป็งขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 อยู่นั้น ดวงจันทราที่ทอแสงส่องประกายเจิดจ้าเหนือท้องนภากาศวัดพระพุทธบาทเจ้าทั้งสี่รอยแห่งโยนกปุระ ก็"ทรงกลด"ซ้อนขึ้นมาเป็น 3 วง 3 ชั้น ในทันใด งดงามน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก..!!!!!!!!!!

 DSC093411(1).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 3 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:41:11 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ส่วนที่กองพระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกแลวัตถุมงคลทั้งปวงแห่ง"พุทธวงศ์" อันประดิษฐานอยู่ที่พระวิหารนั้นเล่า ก็ปรากฏ"แสงเงาลึกลับ"มาปรากฏให้จับภาพได้กันซึ่งๆหน้า เสมือนหนึ่งพระและเทพเทวาผู้ทรงมเหศักดานุภาพมาก มี พระศรีอาริยเมตไตรโยมหาโพธิสัตว์เจ้า เป็นอาทิเสด็จลงมาประสิทธิมงคลให้โดยตรงเป็นการเฉพาะ น่าหลากใจแลปลื้มปีติใจเป็นที่ยิ่ง ด้วยเหตุที่สมดังเคยอธิษฐานไว้นานแล้วว่า  "หากเทวดาฟ้าดินจะสำแดงเหตุอภินิหารให้ได้ประจักษ์ ก็ขอจงอย่าแสดงให้แต่ตัวตนแห่งข้าพเจ้าได้เห็นแต่เพียงลำพังเลย แต่จุ่งโปรดเมตตาจัดให้ปรากฏแก่สายตาแห่งโลกได้เห็นด้วยเถิด เพื่อจักได้เป็นเครื่องรับรองยืนยันในความเป็นความจริงความแท้แห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้นสืบไป" ไม่ผิดแล้วฯ 
 DSC0940510.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 3 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:48:56 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  

      !!!!!!!!!!???????????!!!!!!!!!!!!!!!!?????????????!!!!!!!!!!!!

 DSC0950234.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 4 ธันวาคม 2555 เวลา: 11:24:38 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ด้วยประการฉะนี้  หากหลายๆคนจะพึงต้องข้อสงสัยว่า เหตุใด จึงไม่นิมนต์พระเกจิอาจารย์เก่งๆมานั่งปรกพุทธาภิเษกพระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกมากๆ หรือไม่นำพระไปให้พระคณาจารย์ดังๆปลุกเสกเยอะๆอย่างที่นิยมกระทำกันโดยทั่วไป(รวมถึง"พุทธวงศ์"ในสมัยก่อนด้วย)
คำตอบก็คือ
1.ไม่ต้อง
2.ไม่จำเป็น
3.เกจิอาจารย์ที่เก่งและเชื่อมือในอำนาจจิตและคุณธรรมถึงขีดจริงๆจำนวนมากๆที่จะมาชุมนุมกับอย่างคับคั่งดังในสมัยก่อน หาแทบไม่ได้แล้วในสมัยนี้ (ยุคนี้ นิมนต์มา 100 องค์ จะเก่งจริงสักกี่องค์ จะเป็นเกจิอุปโลกน์สักกี่คน  จะต้ออาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระแล้วสักกี่หน่อ มีใครที่ไม่ได้อยู่ในวงในจริง จะรู้ได้บ้าง..????)
4.และถึงจะมีพระอาจารย์ที่เก่งแท้แน่จริง ที่"พุทธวงศ์"สามารถนำไปถวายให้ท่านอธิษฐานจิตได้ทุกเมื่อก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่า พระคณาจารย์ท่านนั้นๆจะไม่เอาวิชชาและตัวตนที่ไม่ใช่สายของพระศรีอาริย์หรือหลวงปู่ทวดบรรจุลงไปใส่ในองค์พระ ที่"พุทธวงศ์"ต้องการให้เป็น"หลวงปู่ทวด"หรือ"พระศรีอาริย์"แบบเพียวๆล้วนๆหรือไม่..????
5.ไม่ประสงค์จะให้พลังสับสนจนหาเอกลักษณ์เอกภาพอันใดไม่เจอ อันเป็นการอนุวัตรตามที่ หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี หน่อพุทธภูมิ 1 ใน 10 แห่งอนาคตวงศ์ตามที่หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน นครราชสีมาเคยกล่าวรับรองไว้ เคยสั่งเอาไว้ว่า "ทำอะไร ก็ต้องให้เป็นอย่างนั้น สร้างกวนกิม ก็ต้องทำให้เป็นกวนอิม  สร้างตั๊กม้อ ก็ต้องทำให้เป็นตั๊กม้อ สร้างร.5 ก็ต้องทำให้เป็น ร.5 ไม่ใช่เสกเป็นพระตะพึดตะพือ(มั่วๆ)ไปหมดอย่างที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้"  
ด้วยประการดังกล่าว "พุทธวงศ์"เมื่อตั้งใจสร้างพระหลวงปู่ทวด ให้เป็นองค์นิรมานกายของพระศรีอาริยเมตไตรย ถวายวัดพระพุทธบาทสี่รอย ก็หมายใจที่จะทำหลวงปู่ทวด รุ่นนี้ มีพลังพลานุภาพเป็นหลวงปู่ทวดหรือพระศรีอาริย์จริงๆ ไม่ใช่รูปเป็นหลวงปู่ทวด แต่พลังเป็นของหลวงปู่โน่น วิชาเป็นของหลวงปู่นี่ อาคมเป็นของอาจารย์นั่น ฯลฯ แล้วอานิสงส์แห่งความเป็นหลวงปู่ทวดจะบังเกิดขึ้นแบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ฉันใด..????)
และที่สำคัญที่สุด ก็ในเมื่อ "เจ้าของ"ซึ่งถึงพร้อมด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์สูงสุด ด้วยมหาบารมี 16 อสงไขย กำไร 100,000 มหากัปมาทำเอง ด้วยเหตุที่ "วาระ  เวลา โอกาศ กาล สถานที่ และบุคคล"เหมาะสมลงตัวและถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง จนผู้รู้(มีตาดี)ต่างยอมรับกันโดยทั่ว และยังปรากฏเหตุเหนือโลกยืนยันรองรับอย่างเป็นรูปธรรมอีกต่างหาก ก็ให้เกียรติท่าน"เดี่ยวอย่างมั่นใจ ไม่ต้องให้ใครมาช่วยเดี่ยว" (สำนวนคุณชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่)ให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย..!!!!!!!!!!!
เข้าใจหรือ..??????????  
 36010u09980686343819578855475002(4).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.117.xx  |   เมื่อ: 6 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:55:54 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                          หมายเหตุพิเศษ 1, การนิยม "ทำอะไร ต้องให้เป็นอย่างนั้น"แห่ง"พุทธวงศ์"นั้น ถือเคร่งครัดมากมาแต่ไหนแต่ไร
โดยเฉพาะของประเภทที่ตั้งใจมาแต่แรกเริ่มให้เป็นแบบ"บินเดี่ยว"ประเภท"ข้ามาคนเดียว"หรือ"ชาติเสือไม่ขอเนื้อใครกิน"นั้น จะถือเข้มงวดอย่างยิ่งที่สุด
บางครั้ง มีโอกาสได้เข้าไปกราบหลวงพ่อเกษม เขมโก ถึงภายในกุฏิที่พำนัก ณ สำนักสุสนานไตรลักษณ์ ลำปาง  "พุทธวงศ์" ถึงกับถอดเอาพระเจ้าคุณนรรัตน์ฯ ที่แขวนคอ แล้วแทบจะฝากคนไว้ที่ออกนอกกุฏิ ด้วยเกรงว่า อำนาจจิตของหลวงพ่อเกษมอันยิ่งใหญ่จะเข้ามาแทรกมาปะปนในเหรียญเจ้าคุณนรรัตน์ฯซึ่งกล้าแข็งไม่แพ้กันไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตามที
ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด
เจ้าคุณนรรัตน์ ก็ต้องให้เป็นเจ้าคุณนรรัตน์ฯเพียวๆล้วนๆ จึงจะดี
ไม่นิยมการมั่ว การสับสนระคนกันอย่างเด็ดขาด
ในทางกลับกัน หาก"พุทธวงศ์"ใส่พระหลวงพ่อเกษมไปกราบท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯ "พุทธวงศ์"ก็จะทำในนัยยะแบบเดียวกัน ไม่ผิดเลย
ต่อให้ส่วนตัวนับถือเจ้าคุณนรรัตน์ฯแทบจะลงไปตายดิ้นอย่างไร ก็ไม่มีวันจะเอาพระของหลวงพ่อเกษมให้เจ้าคุณนรรัตน์ฯเสกทับเป็นแน่
หลวงพ่อเกษมก็ต้องเป็นหลวงพ่อเกษมเท่านั้น อย่างไม่อาจจะให้เป็นอื่นไปได้
และก็เมื่อได้ทำพระหลวงปู่ทวด  จึงประสงค์ให้เป็นหลวงปู่ทวดหรือพระศรีอาริย์ โดยกำลังกฤษฏาภินิหารส่วนองค์แห่งท่าน"ล้วนๆเพียวๆจริงๆ"  (ท่านหรือคนอื่นๆ มีหน้าที่แค่"อัญเชิญ"เท่านั้น)เพื่อที่ท่านจะได้สำแดงฤทธิ์แสดงเดชเดชานุภาพได้แบบเต็มๆโดยอิสรานุภาพ ไร้สิ่งอื่นภายนอกมาสอดแทรกเบี่ยงประเด็นให้เห็นเป็นอย่างอื่นด้วยประการทั้งปวง ไม่สงสัย
ผิดหรือไม่..??????? 
 4444(7)(58)(135).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 8 ธันวาคม 2555 เวลา: 23:15:21 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                                หมายเหตุพิเศษ  2, แต่ก่อนที่จะทำการเจาะลึกในรายละเอียดในมิติที่ 4 อย่างลึกซึ้งเข้มข้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีความพิศดารและสอดคล้องต้องกันกับมิติที่ 3 อย่างเหลือเชื่อ ชวนให้ขนพองสยองเกล้าเป็นอย่างยิ่งนั้น  ก็ใคร่ขอบอกกล่าวแก่ท่านที่สนใจพระเครื่องหลวงปู่ทวด ที่ "พระศรีอาริยเมตไตรยเสด็จมาทำเอง" นี้  "พุทธวงศ์"ได้ถวายเป็นกฐินทานแด่วัดพระพุทธบาทสี่รอย  โดยมีครูบาพรชัย ปิยวัณโณ เจ้าอาวาสเป็นผู้รับถวายภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีลอยประทีปบูชาในวันยี่เป็ง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ศรัทธาจากทุกสารทิศได้สักการะบูชาตามอัธยาสัย รายได้ทั้งหมดจากการนี้ ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ขอน้อมถวายให้เป็นสมบัติของสงฆ์และพระพุทธศาสนาหมดทั้งสิ้น  ซึ่งท่านที่สนใจ กรุณาติดต่อขอทำบุญบูชาได้ที่วัดพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่โดยตรงจงทั่วกันเทอญฯ   
 DSC095399.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 8 ธันวาคม 2555 เวลา: 23:21:19 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                                   หมายเหตุพิเศษ 3, พระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรกนี้ นอกจากพิมพ์สมเด็จทรง 4 เหลี่ยม จำนวน 3,000 องค์แล้ว  ก็ยังได้มี"พิมพ์เตารีด"อีก 4 พิมพ์ จำนวนประมาณ 7,000  องค์ด้วย โดยด้านหลังประทับด้วยพระพุทธบาทสี่รอยเหมือนกันหมดทั้งสิ้น  และสร้างจากเนื้อหามวลสารเดียวกันทุกประการ 
 DSC09908.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 8 ธันวาคม 2555 เวลา: 23:32:05 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                            หมายเหตุพิเศษ 4,  หากจะแตกต่างกัน ก็ตรงที่ พระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรก พิมพ์เตารีดนี้  สร้างก่อนในฤกษ์วันพระเจ้าเปิดโลก(เทโวโรหนะ) ที่พระอริยสงฆ์องค์หนึ่งไม่ยอมเสกให้ และได้ถวายให้ครูบาพรชัย เจ้าอาวาสอธิษฐานจิตอัญเชิญเป็นปฐมในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ในพระอุโบสถจตุรมุข วัดพระพุทธบาทสี่รอยเป็นประเดิมก่อนหน้าเท่านั้น
ส่วนพิธีสุดท้ายในวันลอยกระทง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 เหนือ(ยี่เป็ง) ที่มีการตรวจพบว่า "พระศรีอาริยเมตไตรยเสด็จมาประสิทธิปิดท้ายด้วยพระองค์เอง"นั้น พระหลวงปู่ทวดทั้งหมดทุกแบบพิมพ์ ล้วนได้อัญเชิญมาเข้าพิธีปิดท้ายเหมือนกันทุกประการ  ไม่มีข้อแตกต่างด้วยประการใดๆด้วยประการสิ้นเชิง
 DSC073967.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 8 ธันวาคม 2555 เวลา: 23:42:45 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"เอ๊...พระหลวงปู่ทวดทั้ง 2 พิมพ์นี้ สร้างคนละวาระ แต่ปิดพร้อมๆกันใช่ไหมครับพี่..??!!??"
"ถ้าจะว่า พระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอยนี้ พระศรีอาริย์ฯมาทำเอง ก็คงจะจริง เพราะพลังที่ผมตรวจจับได้ ไม่เหมือนกับพลังของหลวงปู่ทวดตามปกติทั่วๆไป  เพราะพลังของหลวงปู่ทวดนั้น จะหวือหวารุนแรงเฉียบไวตามสไตล์แนวบู๊   ส่วนพลังของพระศรีอาริย์นั้น จะออกแนวเรียบๆเนียนๆละเอียดๆแบบผู้ดีๆ ซึ่งมีปรากฏในพระหลวงปู่ทวดของวัดพระพุทธบาทสี่รอยนี้อย่างชัดเจน..!!!!!??????!!!!!"
                          
                              หน่วยสืบราชการลับสาย"ล้านนา"(ศิษย์ครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน)
 4444(7)(58)(137).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 9 ธันวาคม 2555 เวลา: 0:00:32 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"ก็ถ้าหลวงปู่ทวดเป็นพระศรีอาริย์จริง  แล้วทำไมพลังจึงมีความแตกต่างกันไปเห็นเช่นนั้นเล่า..????"
"ก็เป็นคนภาคคนละปาง จะให้ไปเหมือนกันได้อย่างไร ดูแต่คนเรา เกิดต่างภพต่างชาติ จริตนิสสัยหน้าตาวาสนายังไม่เหมือนกันเลย ทั้งๆที่เป็นจิตดวงเดียวกันแท้ๆ..."
"และนี่ ยิ่งเป็นมหาโพธิสัตว์บารมีเต็มแบ่งพลังงานจิตจุติลงมาสร้างบารมี (เรื่องนี้  ทราบว่า ครูบาชัยวงศาพัฒนาถึงกับเคยเดินทางมาสนทนาธรรมกับครูบาเทือง ถึงวัดบ้านเด่น เรื่องการ"แบ่งภาค แบ่งขวัญของพระมหาโพธิสัตว์"อย่างลึกซึ้งพิศดารที่สุด..!!!!!!!!)  เพื่อให้สำเร็จผลสมบูรณ์ก็ยิ่งต้องจำแนกจำแลงตนให้เข้ากับบุคคล,สถานที่,ภูมิภาค ฯลฯตามอุปายะ(อุบาย)โปรดสัตว์ซึ่งแผลงไปได้ 108 1009 ประการอีกต่างหาก ย่อมไม่จำเป็นต้องเหมือนกับตัวจริงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว..."
และ
"พระศรีอาริย์ในรูปในภาคของหลวงปู่ทวด มีสภาวะเป็นพระภิกษุ ก็มีความสูงส่งในแบบของพระสงฆ์  แต่หากจะว่าความสูงศักดิ์แบบกษัตริย์แบบจักรพรรดิแล้ว ก็ต้องเป็นพระศรีอาริย์ในรูปในปางของเทวดา อันเป็นสภาวะตัวตนที่แท้จริงของพระองค์ท่านในกาลปัจจุบันนี้นั่นแล..!!!!!!!!!!!!"    
 1263537062(1).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 9 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:31:40 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"ถ้าทำพระหลวงปู่ทวดให้เป็นหลวงปู่ทวด ก็จะได้พลังทางด้านแคล้วคลาดเป็นหลักใหญ่  แต่ถ้าทำพระหลวงปู่ทวดให้เลยไปถึงพระศรีอาริยเมตไตรย จะได้พลังแห่งพระมหาจักรพรรดิ และพลังทางด้านมหาลาภ ตลอดจนอานิสงส์แห่งพระศรีอาริย์ทุกๆภาคทุกๆปาง ที่เคยจุติลงมาสร้างบารมีในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นภาคมี่เล่อผ่อสัก(พระสังกัจจายน์จีน),ภาคพระศรีอาริย์ วัดไลย์(ลพบุรี) ฯลฯ  รวมกำลังบวกเข้ามาอีกด้วยน๊ะ..!!!!!!!!!!?????????"
 
หน่วยสืบราชการลับทางจิตสาย"โพธิ" (บอกไว้ล่วงหน้า หลังตรวจพบพลังพระศรีอาริย์ในพระหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทสี่รอยองค์ลองพิมพ์ที่เพิ่งกดพิมพ์ขึ้นมาสดๆใหม่ๆ และยังไม่ได้เข้าพิธีใดๆ ก่อนที่พระทั้งหมดจะเริ่มสร้างเสียด้วยซ้ำ..!!!!!!!)
 5089a11(4).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 9 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:51:39 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องของเบื้องบนจะกำหนดลงมาเอง ว่าพระชุดใดจะเป็นของใคร ภาคไหน มีพลังแบบใด  ศักดิ์สิทธิ์เต็มร้อยหรือเกินร้อยหรือไม่,เพียงไร   ไม่ใช่เรื่องของมนุษย์(ไม่ว่าพระหรือฆราวาส)จะไปบังคับบัญชาหรือสั่งการใดๆได้  ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความบริสุทธิ์ ความลงตัว ด้วยกาล ด้วยเวลา ด้วยเจตนา ด้วยสถานที่ และด้วยตัวบุคคลที่มีวาสนาเกี่ยวเนื่องพร้อมสรรพ การจึงจะขับเคลื่อนให้เป็นไปได้....."
 
                                                          หน่วยสืบราชการลับทางจิตสาย"โพธิ"
 pleiases(3).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 9 ธันวาคม 2555 เวลา: 8:04:17 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"พิธีกรรม(การสร้างพระ,พุทธาภิเษก)ในทางโลกนั้น แม้จะยิ่งใหญ่หรูหราอลังการงานสร้างมากเพียงไหน แต่ก็อาจจะไม่เข้าตากรรมการ อันได้แก่พระหรือเทวดาเบื้องบน และมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สู้พระพิธีเล็กๆ แต่เทวดาฟ้าดินเห็นสมไม่ได้เลยก็ได้  ก็เพราะด้วยกำลังแห่งมนุษย์ธรรมดาๆ จะไปสู้กับสิ่งที่เบื้องบนเห็นชอบและอนุโมทนาประสิทธิฤทธิ์ให้เองไปได้อย่างไร..?????"
 
                                                                             พระวิศวภัทร (เซี่ยเกี๊ยก) พุทธจักษุวิชชาลัย นครปฐม
                                                                                           http://www.mahaparamita.com/
 zen_turtle(3).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.8.xx  |   เมื่อ: 9 ธันวาคม 2555 เวลา: 8:16:57 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"พระหลวงปู่ทวดนี้ มีพุทธคุณแรง แรงมากๆ  มีทั้งพระศรีอาริย์ ทั้งหลวงปู่ทวด ทั้งพระพุทธบาทสี่รอยครบหมด พุทธคุณดีมากๆในทุกๆด้าน พลังแรงมากๆจนไม่จำเป็นต้องไปทำพิธีปลุกเสกอะไรอีกแล้วน๊ะ ลูกเหย..!!!!!?????!!!!!!" 
 
                               ครูบาเทือง นาถสีโล วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน เชียงใหม่ (เมตตาตรวจอานุภาพก่อนที่"พุทธวงศ์"จะอัญเชิญพระหลวงปู่ทวดไปเข้าพิธีชัยมังคลาภิเษกครั้งสุดท้ายในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (ยี่เป็ง) ณ วัดพระพุทธบาทสี่รอยให้เป็นการเฉพาะ สอดคล้องกับที่หน่วยสืบราชการลับทางจิตหลายๆสายเคยบอกไว้ล่วงหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง) 
 1_display(5).jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
  IP : 171.7.18.xx  |   เมื่อ: 13 ธันวาคม 2555 เวลา: 7:50:19 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
"นี้เป็นพลังแบบพระโพธิสัตว์นี่  แรงมากๆ  แค่ลองจับเล่นๆ ยังไม่ทันได้กำหนดอะไรเลย  แต่พลังเย็นจากองค์พระนี้  ก็วูบทะลุผ่านเข้าไปถึงหัวใจ กระเทือนถึงจักระที่ 4 ของผมเลย..!!!!!!!!!!!"
"เคยรู้จักและคุ้นเคยแต่กระแสพลังของหลวงปู่ทวดมานานแล้ว  เพิ่งจะได้รู้ถึงกระแสของพระศรีอาริยเมตไตรย(ซึ่งเป็นต้นธาตุต้นธรรมของหลวงปู่ทวดอีกชั้นหนึ่ง)ว่าเป็นเช่นนี้เอง  เป็นคนละกระแสกันเลยนะนี่..!!!!!!!???????"
                        นักปฏิบัติธรรมสายศิวเทพ,ศิษย์กรรมฐาน ครูบาดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต เชียงราย
 jr1.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)  [webmaster]
[ หน้าที่ 1 จาก 2 ] 1  2   ถัดไป>  หน้าสุดท้าย>>


ข้อความที่ปรากฎ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ทุกความคิดเห็น
ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ และถ้าพบเห็นข้อความใดที่ ก่อให้เกิดความเสียหาย
กรุณาแจ้งมาที่ Contact Us เพื่อให้ทีมงานได้ทราบ และดำเนินการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป